นางสาวนนทวรรณ จงจิตร
นายกองค์การบริหารส่วนตำบลน้ำร้อน
081-6049633

ออนไลน์ 213 คน

เยี่ยมชม 40,977 คน

ประวัติ/สภาพทั่วไป
เมื่อประมาณ 300 ปีมาแล้ว มีราษฎรชาวบ้านกลุ่มหนึ่งได้เข้ามาจับจองที่ทำการเกษตร เผาถางป่าเพื่อ ทำนา – ทำไร่ และดำรงชีวิตอยู่ ตามปกติ และอยู่มาวันหนึ่ง ชาวนา ได้นำโคกระบือ ไปเลี้ยงที่ทุ่งนาตามปกติ ฝูงวัวควายได้เดินไปในลำคลอง เพื่อกินน้ำเจ้าของโคกระบือได้เดินตามลงไปเห็นน้ำที่ริมฝั่งนั้นเดือดอยู่จึงได้เอามือไปสัมผัสรู้สึกร้อนมาก ในวันต่อมาชาวนาได้เอาผักบุ้งไปใส่รู้สึกว่าผักบุ้งยุบและสุกวันต่อมาชาวบ้านได้นำไข่ไปใส่น้ำที่เดือดนั้นอีก ปรากฏว่าไข่นั้นสุกรับประทานได้ชาวบ้านได้ป่าวร้องไปทั่วหมู่บ้าน จึงได้พร้อมใจกันจัดตั้งหมู่บ้านขึ้นชื่อว่า ( หมู่บ้านน้ำร้อน)และยังมีสัญลักษณ์ อีกอย่างหนึ่ง คือ หลุมฆ้องทองคำ เนื่องจากสมัยนั้นหัวหน้าหมู่บ้านได้ฝันว่าหลุมฆ้องทองคำอยู่ใกล้บ่อน้ำร้อนที่กำลังเดือดห่างจากคลองประมาณ 8 เมตร ชาวบ้านกลุ่มหนึ่งประมาณ 9-10 คน ขุดลงไปประมาณ 4 เมตร ปรากฏว่าเจอฆ้องทองคำ บรรดาชาวบ้านต่างคนต่างจะนำเอาไปทำสร้อยคอ และสร้อยแขนให้ภรรยา บางคนจะยกเข้าไปไว้ที่วัด ตกลงกันไม่ได้ ผลสุดท้ายฆ้องทองคำนั้นสำแดงฤทธิ์หมุนจากพื้นดินลงสู่พื้นคลองน้ำร้อนทันทีและบันดาลให้เกิดน้ำท่วมขึ้นทันทีด้วยอิทธิฤทธิ์อันศักดิ์สิทธิทำให้ผู้ที่ร่วมกันขุดนั้น ลอยบกได้โดยไม่มีน้ำแม้แต่นิดเดียว จึงได้ชื่อว่า “ บ่อน้ำร้อน ฆ้องทองคำ ” ตำบลน้ำร้อนสมัยนั้นมี 4 หมู่ คือ 1-4 ซึ่งขึ้นอยู่กับ ตำบลนาป่า และต่อมาก็เปลี่ยนมาเป็น ตำบลตะเบาะ และต่อมาก็เปลี่ยนจาก ตำบลตะเบาะ เป็นตำบลน้ำร้อน ประมาณปี 2515 จนถึงปัจจุบันนี้ตำบลน้ำร้อนก็ได้แบ่งการปกครองออกเป็น 11 หมู่บ้าน

ประวัติความเป็นมาของศาลท่านขุนวรเนตรและศาลเจ้าปู่น้ำร้อน(ประเพณีพื้นถิ่นบ้านโมคลา)
     เดิมคือร่างทรงท่านหนึ่งชื่อ นางกองสิน จักคำเต็ม อยู่หมู่ที่ 6 ตำบลน้ำร้อน อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ จังหวัดเพชรบูรณ์ (ปัจจุบันเป็นร่างทรงของเจ้าพ่อท่านขุนวรเนตรด้วย) หลายปีมาแล้วร่างทรงท่านนี้ฝันว่า มีบุรุษท่านหนึ่งแต่งกายคล้ายทหารโบราณ เดินทางมาจากทางทิศใต้ ท่านชื่อท่านขุนวรเนตรบอกว่าเป็นทหารองครักษ์มาจากในวังหลวง ท่านปลดเกษียณแล้วและได้ออกเดินทางท่องเที่ยวมา เพื่อตามหาคนรักแต่ชาติปางก่อนซึ่งแน่ใจว่าอยู่บริเวณนี้(ไม่ปรากฏ พ.ศ.)
     เมื่อมาถึงบ่อน้ำร้อนได้มาพบเจ้าปู่น้ำร้อนซึ่งดูแลรักษาลูกหลานอยู่ ณ บริเวณนี้ เกิดความเคารพรักศรัทรานับถือเจ้าปู่น้ำร้อนขึ้น จึงได้ขอพำนักอยู่ด้วยจะได้ช่วยเจ้าปู่ย้ำร้อนดูแลลูกหลาน ซึ่งเจ้าปู่น้ำร้อนก็อนุญาตให้ท่านขุนวรเนตรอยู่ได้เมื่อท่านชอบบ่อน้ำร้อนและบ้านน้ำร้อน บริวารเจ้าปู่น้ำร้อนก็ยินยอมให้อยู่ได้
     เจ้าพ่อขุนวรเนตร ท่านมีบริวารคู่ใจติดตามท่านมา 2 คน คือ ท่านขุนไกร เป็นบริวารมือขวา และท่านขุนวรรักษ์ เป็นบริวารมือซ้าย อุปนิสัยของท่านชอบทหารเพื่อท่านเป็นทหาร ชอบราชการ ชอบกีฬา (ร่างทรงของท่านจะแต่งกายคล้ายชุดทหารหรือข้าราชการเสมอ)
    ความสำคัญที่มีข่าวให้ได้ยินอยู่หลายครั้ง เมื่อมีผู้นำมาบนบานสานกล่าวให้ลูกหลานเกี่ยวกับจะไปทำงานราชการต่างๆ หรือเกี่ยวกับกิจการบางอย่างนั้น มักจะได้กำลังใจและได้ผลสำเร็จในสิ่งอธิฐานอยู่บ่อยครั้ง หรือลูกหลานออกไปแข่งกีฬานอกตำบล เมื่อมาบนบานเจ้าพ่อแล้วมักจะเป็นผลสำเร็จเป็นส่วนมาก คนที่ผ่านไปมาหรือคนต่างถิ่นแวะเวียนกราบไหว้เจ้าพ่อมักจะโชคดีเสมอ
     ศาลเจ้าปู่น้ำร้อนจะอยู่หลังรูปปั้น รูปปั้นคือพ่อขุนวรเนตรลักษณะยืน เชื่อว่าเป็นการรอรับผู้มากราบไหว้ขอพร ช่วยเจ้าปู่และเจ้าพ่อต่างๆดูแลด้วย บริวารของเจ้าปู่น้ำร้อนได้แก่ เจ้าพ่อมหาดไท เจ้าพ่อก้อนทอง เจ้าพ่อฟ้าฤกษ์ เจ้าแม่พวงทอง และจ่าเลี้ยงควาย เป็นต้น
     แต่เดิมไม่มีศาลเจ้า ชาวบ้านทำการบวงสรวงประจำปีให้ร่างทรงทำพิธีกรรมใต้ร่มไม่มะค่า เพื่อทำนายฟ้าฝนและโชคชะตาต่างๆ เมื่อประมาณปี พ.ศ.2515 ชาวตำบลน้ำร้อนช่วยกันปลูกศาลไม้ จนเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2540 บริษัทซัยโจเดนกิอินเตอร์เนชั่นแนล มาสร้างอุโบสถวัดจอมศรี เกิดความศรัทธามองเห็นศาลไม้เก่าๆ ผุพังมากแล้ว ได้สอบถามคนเฒ่าคนแก่ในหมู่บ้านว่ามีการทำการบวงสรวงทุกปีหรือ? เมื่อได้รับคำตอบว่าทุกๆ วันพฤหัสบดีแรกของเดือน 6 ของทุกปีจะมีการบวงสรวงชาวบ้านถือเป็นวันปีใหม่ด้วย บริษัทซัยโจเดนกิอินเตอร์เนชั่นแนลจึงได้ขออนุญาตเพื่อดำเนินการก่อสร้างศาลใหม่ให้ดูแข็งแรงทนทานและสวยงาม

     องค์การบริหารส่วนตำบลน้ำร้อนและผู้ศรัทราตั้งงบประมาณจัดทำรูปปั้นตามจินตนาการบอกเล่าในความฝันของชาวบ้านขึ้น ประดิษฐานอยู่ที่สาลในปัจจุบัน เดิมชื่อศาลเจ้าปู่น้ำร้อน เมื่อเสร็จแล้วในงานบวงสรวงประจำปี ประมาณช่วงปี พ.ศ. 2543 ทุกๆฝ่ายลงความเห็นให้ใช้ชื่อใหม่ว่า ศาลท่านขุนวรเนตร ตามรูปปั้นตั้งแต่นั้นเรื่อยมา สถานที่ตั้งปัจจุบันอยู่หน้าจัดจอมศรี หมู่ที่ 6 บ้านโมคลา ตำบลน้ำร้อน อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ จังหวัดเพชรบูรณ์

เครื่องบวงสรวง
เจ้าพ่อขุนวรเนตร ได้แก่
1. บายศรี ขันโตก 1 ชุด (ซ้าย-ขวา)
2. เหล้า 1 ขวด
3. บุหรี่ 1 ซอง
4. เงิน 44 บาท
5. ดอกกุหลาบสีแดง 9 ดอก
6. มาลัย 9 พวง
7. ข้าวคลุกกะปิ
8. หมู เป็ด ไก่ ตามความเหมาะสม

เจ้าปู่น้ำร้อน และบริวาร ได้แก่
1. ขัน 5 ขัน 8 (แต่งชุดขาว)
2. เหล้าขาว 1 ขวด
3. บุหรี่ 1 ซอง
4. แป้งหอม 1 ขวด
5. เงิน 24 บาท
6. ไก่ หมู ตามสมควร

ที่ตั้งและอาณาเขต

องค์การบริหารส่วนตำบลน้ำร้อน ตั้งอยู่ เลขที่ 39/1 หมู่ 9 ตำบลน้ำร้อน อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ จังหวัดเพชรบูรณ์ ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของอำเภอเมืองเพชรบูรณ์ ระยะทางจากที่ว่าการอำเภอเมืองเพชรบูรณ์ ประมาณ 15 กิโลเมตร พื้นที่ประมาณ 46,767 ไร่ หรือ 74.83 ตารางกิโลเมตร ลักษณะภูมิประเทศ เป็นที่ราบลุ่มเชิงเขา พื้นดินเป็นดินร่วน แหล่งน้ำที่มีอยู่ตามธรรมชาติ สามารถกักเก็บน้ำไว้ใช้ได้ตลอดทั้งปี พื้นที่ส่วนใหญ่จึงใช้น้ำจากแหล่งกักเก็บน้ำตามธรรมชาติในการทำการเกษตร และมีจำนวนหมู่บ้านในเขตพื้นที่รับผิดชอบจำนวนทั้งสิ้น 11 หมู่บ้าน

ทิศเหนือติดต่อกับตำบลนาป่า
ทิศใต้ติดต่อกับตำบลนายม
ทิศตะวันออกติดต่อกับตำบลตะเบาะ จังหวัดเพชรบูรณ์
ทิศตะวันตกติดต่อกับตำบลชอนไพร และตำบลบ้านโตก

เนื้อที่

องค์การบริหารส่วนตำบลน้ำร้อน มีพื้นที่ประมาณ 24,701 ไร่ หรือ 39.52 ตารางกิโลเมตร สภาพพื้นที่ทั่วไปขององค์การบริหารส่วนตำบลน้ำร้อนเป็นที่ราบลุ่มเชิงเขา โดยที่ราบลุ่มจะเป็นพื้นที่สำหรับการอยู่อาศัยของประชากรและพื้นที่ทำการเกษตร มีที่ดอนสำหรับอาศัยเป็นเพียงบางส่วน ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม


ประชากร
จำนวนประชากร (คน)
หมู่ที่ชื่อหมู่บ้านชายหญิงรวมจำนวนครัวเรือน
1บุฉนวน 246282520171
2น้ำร้อนเหนือ 379413787340
3น้ำร้อนใต้ 404402827289
4ทุ่งหินปูน460453923312
5หนองตาวงศ์ 322344663222
6โมคลา 331383725254
7บ่อน้ำร้อน310349675227
8ซำเรียง 220204425144
9น้ำร้อนศรีทอง237237478131
10บุสง่า 335348681169
11ซำบอน 240247483150
รวม3,4843,6657,1492,409

ข้อมูล เดือน กรกฎาคม ปี 2558


นายพรพิชัย ดิสโร
ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลน้ำร้อน
056-751061
เปลี่ยนภาษา